ลักษณะของดอกผีเสื้อราตรี และวิธีการปลูกดูแล

Butterfly_flower

ต้นผีเสื้อราตรีอยู่ในวงศ์ OXALIDACEAE โดยมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Oxalis sp. ต้นผีเสื้อราตรีถือว่าเป็นไม้ล้มลุกลักษณะของมันคือมีหัวมีลักษณะของใบที่คล้ายกับนิ้วมือคน ซึ่งสีของใบนั้นเป็นสีม่วงเข้มแกมเขียวลักษณะเป็นสามเหลี่ยมมักจะเรียงกันเป็นแนววงกลมโดยใบของมันจะหันมุมที่เป็นเหลี่ยมมาชนกัน ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับผีเสื้อนั่นเองนอกจากนี้ใบของต้นผีเสื้อกลางคืนก็จะหุบในช่วงกลางคืนอย่างเช่นพืชทั่วๆ ไปด้วยต้นผีเสื้อกลางคืนออกดอกเป็นดอกเดี่ยวในก้านเดียว โดยด้านของต้นผีเสื้อราตรีจะออกมาจากลำต้นโดยตรง สีของดอกจะออกชมพูแกมม่วง 1 ดอก มี 5 กลีบ เป็นดอกแบบสมบูรณ์เพศซึ่งหมายความว่าในดอกเดียวนั้นมีทั้งเกสรเพศผู้และเกสรเพศเมีย

Butterfly flower_

ในส่วนของการปลูกหรือการขยายพันธุ์ของต้นผีเสื้อราตรีนั้น สามารถที่จะทำได้ด้วยการแยกหน่อเพราะเราทราบกันในข้างต้นแล้วว่าต้นผีเสื้อราตรีนั้นมีหัว หรือหน่ออยู่ แล้วยังเป็นพืชล้มลุกอีกด้วยดังนั้นเราจึงสามารถที่จะแยกหน่อของต้นผีเสื้อราตรีเพื่อการขยายพันธุ์ได้เลยโดยการบิออกมาเป็นปล้องๆ แล้วก็เอาใส่กระถางที่ต้องการได้อย่างง่ายดายโดยวางไว้ในบริเวณที่มีแดดส่องถึงแต่ไม่ถึงกับจัดมาก จากนั้นก็รดน้ำเมื่อรู้สึกว่าดินแห้งหรือให้ดินนั้นชุ่มตลอดนั่นเองหลังจากนั้น 4 – 5 วัน ก็จะมีใบอ่อนออกมา

Butterfly_flower_

การดูแลต้นผีเสื้อราตรีนั้นถือว่าไม่ต้องดูแลมากหรือว่าน้อยจนเกินไป เพราะด้วยความที่เป็นพืชล้มลุกอยู่แล้วมันจึงสามารถที่จะล้มตายได้ง่าย แล้วก็เกิดขึ้นได้ง่ายอีกเช่นกันแต่อย่างไรก็ตามหากเราปลูกแน่นอนว่าเราก็ไม่ต้องการให้มันตายอยู่แล้ว ดังนั้นจึงควรดูแลมันสักนิดเริ่มต้นด้วยการวางตำแหน่งของต้นผีเสื้อราตรีไม่ควรวางในที่ที่แดดส่องจัด แต่ก็ควรวางในที่ที่มีแดดส่องถึงเพื่อการสร้างอาหารและการเจริญเติบโตของมันนั่นเองในส่วนของน้ำรดน้ำให้ในปริมาณพอดีๆ เพราะพืชชนิดนี้มีความต้องการน้ำอยู่ในรับปานกลางซึ่งไม่มากแล้วก็ไม่น้อยจนเกินไป ซึ่งถ้าดินแห้งเกินไปต้นก็เฉาได้แต่ถ้าน้ำแฉะหรือท่วมขังหน่อของต้นผีเสื้อราตรีก็อาจจะเน่าได้ ทำให้ในที่สุดมันก็ตายลงนั่นเอง ดังนั้นจึงต้องรดน้ำในปริมาณที่พอดีในส่วนของดินที่ใช้ในการปลูกแนะนำให้ใช้ดินร่วนซุย เพราะถือว่าเป็นดินที่เหมาะกับพืชส่วนใหญ่ โดยเฉพาะกับพืชที่มีหน่อ เพราะถ้าเป็นดินอย่างอื่นเช่นดินเหนียวที่มีคุณสมบัติกักเก็บน้ำในดินก็อาจจะทำให้หน่อของมันเน่าได้ในส่วนของปุ๋ยนั้นให้ใส่นานๆ ทีโดยไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นปุ๋ยเคมีอาจจะใส่พวกปุ๋ยคอกในปริมาณน้อยๆ ก็น่าจะเพียงพอแล้ว